logo
สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. ขับเคลื่อน SDGs สู่ชุมชน ยกระดับกากตะกอนฟาร์มสุกรสู่สารปรับปรุงดินเพื่อการเกษตร

สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. ขับเคลื่อน SDGs สู่ชุมชน ยกระดับกากตะกอนฟาร์มสุกรสู่สารปรับปรุงดินเพื่อการเกษตร

ระหว่างเดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม การเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการ ภายใต้กิจกรรม “การพัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพสารปรับปรุงดินจากกากตะกอนระบบก๊าซชีวภาพฟาร์มสุกร” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดโครงการส่งเสริมการประกอบอาชีพเพื่อพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน ตามแนวทาง “วิชาการรับใช้สังคม” ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

กิจกรรมดังกล่าวดำเนินงานโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิรัติศัย รักมาก และ รองศาสตราจารย์ ดร.กัมปนาท สุขมาก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงหมูครบวงจร ชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการจัดการวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตลอดช่วงการดำเนินกิจกรรมตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน 2569 คณะทำงานและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนได้ร่วมกันศึกษาและพัฒนาแนวทางการจัดการ กากตะกอนจากระบบก๊าซชีวภาพของฟาร์มสุกร โดยนำวัสดุเหลือใช้ดังกล่าวมาแปรรูปและพัฒนาเป็นสารปรับปรุงดินสำหรับใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้แล้ว ยังมีส่วนช่วยลดปริมาณของเสีย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ภายในกิจกรรม สมาชิกวิสาหกิจชุมชนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการจัดการและแปรรูปกากตะกอน การเตรียมสารปรับปรุงดิน ไปจนถึงการทดลองนำสารปรับปรุงดินไปใช้จริงในการปลูกพืชผัก โดยมีการทดสอบในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช พร้อมทั้งร่วมเก็บข้อมูลด้านลักษณะทางกายภาพและการเจริญเติบโต เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประเมินร่วมกับผลการวิเคราะห์คุณสมบัติและปริมาณธาตุอาหารของสารปรับปรุงดินในห้องปฏิบัติการ

นอกจากการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนแล้ว กิจกรรมดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับ การเรียนการสอนของหลักสูตรวิศวกรรมเคมีและเคมีเภสัชกรรม สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำความรู้ทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง ฝึกทักษะด้านการทดลอง การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์และแปลผล ตลอดจนเรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่

กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวช่วยให้นักศึกษาเห็นความเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม อีกทั้งยังส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะสำคัญของบัณฑิตด้านวิศวกรรมศาสตร์ในยุคปัจจุบัน

การดำเนินกิจกรรมตลอดช่วง เดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 ครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบูรณาการพันธกิจด้านการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการ ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะ SDG 2: Zero Hunger การยุติความหิวโหยและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และ SDG 12: Responsible Consumption and Production การสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

ผลจากการดำเนินงานไม่เพียงช่วยสร้างแนวทางในการจัดการของเหลือจากฟาร์มสุกรอย่างเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ที่ชุมชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในพื้นที่ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวางรากฐานสู่การจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว

Facebook Comments Box