ส.วิศวะ ร่วมกับ 4 ศูนย์ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดเสวนาวิชาการ “Smart City ภาคใต้” ขับเคลื่อนนโยบายและนวัตกรรม สู่ความยั่งยืนในอนาคต
“กลไกเชิงนโยบายและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะภาคใต้อย่างยั่งยืน สู่การสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วนเพื่อรับมือความท้าทายในอนาคต”
ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 – 16.30 น. เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของภาคใต้ให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
การจัดงานในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ โดยในช่วงเช้าเป็นการตั้งโจทย์และสะท้อนภาพ “วิกฤตและความท้าทายในอนาคต” ผ่านมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายภาคส่วน เริ่มต้นด้วยพิธีเปิดในเวลา 09.30 – 10.00 น. โดยรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย หรือคณบดี จากนั้นเป็นเวที Invited Speakers เวลา 10.00 – 11.20 น. ซึ่งรวบรวมผู้แทนจาก 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่
กลุ่ม Smart Engineering (ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน),
กลุ่ม Smart Factory (ผู้บริหารเมืองด้วยนวัตกรรม),
กลุ่ม Smart City (นักวิจัย)
และกลุ่ม Smart Materials (หน่วยงานภาครัฐผู้ให้ทุน)
ต่อเนื่องด้วยช่วง SET Talks เวลา 11.20 – 12.00 น. ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละกลุ่มได้ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์เชิงลึก ได้แก่ ดร.พิจิตต (Smart Engineering), อาจารย์ณรงศักดิ์ (Smart Factory), คุณสัญชาย (Smart City) และผู้แทนจาก บพท. (Smart Materials)
ในช่วงบ่าย เวลา 13.00 – 16.30 น. เป็นการนำเสนอ “คำตอบจากงานวิจัย” โดยศูนย์วิจัยต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย ที่มุ่งใช้วิศวกรรมและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาสำคัญของสังคม ประกอบด้วย
ศูนย์พิบัติภัย ในหัวข้อ “When Nature Pushes Back: Disaster Preparedness and Resilience in the Age of Climate Extremes”
ศูนย์ปาล์ม ในหัวข้อ “Biomass Technology for Sustainable Industrial Development”
ศูนย์ AIoT ในหัวข้อ “Intelligent Technology for Carbon Neutrality and Sustainability”
ศูนย์ไม้ ในหัวข้อ “Green Engineering and Smart Materials for Future Industries”
การเสวนาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการผลักดันบทบาทด้านวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในภาคใต้ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างแนวทางรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
Facebook Comments Box
