ข่าวประชาสัมพันธ์

นักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้า ร่วมการแข่งขัน start up thailand ครั้งที่ 3

ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า ชั้นปีที่ 4 จากการแข่งขัน start up thailand ครั้งที่ 3 ณ CentralPlaza Nakhon Si Thammarat ได้รางวัลเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท ในหัวข้อโครงงาน Heart Industy (การวัดคุณภาพของเครื่องจักรในโรงงาน) ประกอบด้วยนายฐิติวัสส์ เต็มเปี่ยม นางสาวรุ่งกานต์ ยังอภัย และนายสุกฤษฎิ์์์ ชัยฤกษ์ ซึ่งมีอาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร.สุรัสวดี กุลบุญ ก่อเกื้อ และดร.อนุรักษ์ ถุงทอง

ค่ายอาสาพัฒนาระบบไฟฟ้า

หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร จัดโครงการ”อาสาพัฒนาระบบไฟฟ้า” โดยเดินทางไปพัฒนาระบบไฟฟ้าให้แก่วัด ทางขึ้น อ. ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช ในวันที่ 26 สิงหาคม 2560

และก่อนเริ่มโครงการดังกล่าว หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าได้มีการเตรียมถวามพร้อมให้กับ ทีมงาน โดยยการจัดโครงการ “ค่ายอบรมความปลอดภัยระบบไฟฟ้า” เพื่อเตรียมความพร้อมก่อน ออกค่าย

หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นักวิชาการที่เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักในฐานะนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลรุ่นใหม่ของประเทศไทยที่มีผลงานวิจัยทางด้านทรัพยากรทางทะเลที่โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรัพยากรปูม้า ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี เป็นศิษย์เก่า รุ่นที่ 1 ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายจากโรงเรียนทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นได้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ได้รับทุนพัฒนาอาจารย์สาขาขาดแคลน จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังสำเร็จการศึกษาได้กลับมาเป็นอาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และได้รับตำแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตรจารย์ทางด้านชีววิทยาประมง หลังจากที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ได้ 5 ปี ก่อนจะได้รับทุนรัฐบาล (กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ประเภทพัฒนาบุคลากรของรัฐ ตามความต้องการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล (ocean and earth science) ที่มหาวิทยาลัย Southampton ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ เล่าว่า ในช่วงที่ศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ได้ทำงานวิจัยเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรหอยนางรมชนิดพันธุ์พื้นเมืองของยุโรป (Ostrea edulis) ที่กำลังจะสูญพันธุ์ โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก Natural England จากผลการศึกษาพบว่า หอยนางรมที่อาศัยอยู่บน artificial reefs มีสุขภาพที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับหอยนางรมที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ทะเล ทั้งในเชิง Physiological and immune performance ที่สำคัญพบหลักฐานการเกาะของลูกหอยนางรมขนาดเล็กในบริเวณแนวหอยเทียม อันเป็นดัชนีชี้ถึงความสำเร็จในการฟื้นฟูหอยนางรมสายพันธุ์ยุโรป พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการฟื้นฟูทรัพยากรหอยนางรม โดยการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัย (habitat restoration) ด้วยวิธีการสร้างแนวหอยเทียมแบบยกระดับจากพื้นท้องทะเล (elevated artificial oyster reefs) ซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสในกระบวนการสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มประชากร ทำให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ ได้รับโล่รางวัลผลงานทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมดีเยี่ยม (annual award for academic excellence 2015 : environment) สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกในประเทศสหราชอาณาจักร จากสมาคม Anglo-Thai Society และสถานฑูตไทยในประเทศสหราชอาณาจักร

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก และมีความเชี่ยวชาญทางด้านการศึกษาชีววิทยาประมง พลวัตประชากรสัตว์น้ำ การฟื้นฟูทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะทรัพยากรประมง และการจัดการทรัพยากรประมง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ ได้นำความรู้ต่างๆ มาประยุกต์เพื่อใช้แก้ปัญหาและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของคนในประเทศ รวมทั้งเป็นทรัพยากรที่สำคัญสำหรับการส่งออกเพื่อนำรายได้เข้าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูปูม้า ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเคยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ปัจจุบันนี้ปูม้าและสัตว์น้ำอื่นๆ ในธรรมชาติลดลงเป็นอย่างมาก โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูปูม้า จำนวน 3 โครงการ ซึ่งเน้นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูทรัพยากรปูม้า เพื่อตอบโจทย์แผนแม่บทการบริหารจัดการปูม้าของประเทศไทยตามแนวทางการจัดการปูม้าที่ได้รับมาตรฐานของสากลประเทศ เพื่อลดการกีดกันทางการค้าและเพิ่มผลผลิตปูม้าในธรรมชาติ รวมถึงการวางแผนการฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับตัวทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมเป็นเงินวิจัยมากกว่า 6,000,000 บาท จากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้ประกอบการเอกชน ได้แก่ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล และมูลนิธิสายใยแผ่นดิน แสดงให้เห็นถึงการมีเครือข่ายการวิจัยที่เข้มแข็งทั้งทางภาครัฐ และผู้ประกอบการเอกชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ ยังได้เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การบริการวิชาการ เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ว่า “เป็นหลักในถิ่น” เนื่องจากชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัยมีระดับการพึ่งพิงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่นในระดับสูง การที่มหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยแก้ปัญหาและให้ความรู้ความเข้าใจทางด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมกับชุมชน จึงเป็นการสนองตอบต่อวิสัยทัศน์และตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศ เช่น“โครงการธนาคารปูม้า” ในบริเวณบ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพในการฟื้นฟูปูม้าให้กับชุมชน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชุมชน สามารถสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการปัญหาการประมงบริเวณบ้านตนเอง ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทำให้กลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านอำเภอท่าศาลา เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ได้รับความสนใจจากสถานีโทรทัศน์มาถ่ายทำรายการ รวมทั้งชุมชนอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษาดูงานอีกด้วย ซึ่งนับเป็นความสำเร็จของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการเป็น “หลักในถิ่น” ให้กับชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ มีผลงานวิชาการที่หลากหลาย โดยเป็นเอกสารตีพิมพ์ในวารสารวิชาการและประชุมวิชาการนานาชาติ จำนวน 8 เรื่อง ระดับชาติ 9 เรื่อง รวมทั้งหนังสือ ตำรา บทความวิชาการอีกด้วย ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจากอธิบดีกรมประมงเป็นคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการพิจารณาพื้นที่หลบภัยสัตว์น้ำเพื่อการประมงที่ยั่งยืนของประเทศไทย (Fishery refugia in the South China Sea and Gulf of Thailand) ทั้งยังได้รับเชิญเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายในการจัดการทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อแก้ปัญหาการประมงของประเทศ ซึ่งโครงการวิจัยบางส่วนของอาจารย์ที่ทำอยู่มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการทำการประมง และการลดลงของทรัพยากรประมง อันจะส่งผลกระทบต่อเนื่องสู่ภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โครงการฟื้นฟูปูม้าอ่าวบ้านดอนเป็นโครงการหนึ่งที่จะช่วยประเทศไทยในการตอบคำถามต่างประเทศ ในส่วนของการพัฒนาทางการประมง (Fishery improvement programme) เพื่อลดการกีดกันทางการค้าผลิตภัณฑ์ประมง นอกจากนี้ยังเป็นผู้อ่าน (Reviewer) พิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารตีพิมพ์นานาชาติ (ISI) อาทิ Crustaceana, Journal of the Marine Biological Association of the UK, Asian Fisheries Society และมีประสบการณ์ในการอ่านพิจารณาบทความตีพิมพ์ในระดับชาติ (TCI, Scopus) เช่น Walailak Journal of Science and Technology, Kasetsart Journal of Natural Science, Kasetsart University Fisheries Research Bulletin, วารสารวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ของ สกว., วารสารเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และวารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เป็นต้น ทั้งนี้ ในโอกาสครบรอบ 25 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ได้รับโล่รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ด้านผลงานทางวิชาการและนวัตกรรม

ในฐานะศิษย์เก่าและอาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ ได้เล่าถึงการเรียนการสอนในหลักสูตรเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ด้านหลังติดกับเทือกเขาหลวง ด้านหน้าติดกับทะเลฝั่งอ่าวไทย ทั้งยังอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับอุทยานแห่งชาติต่างๆ ดังนั้นบรรยากาศรายรอบมหาวิทยาลัยจึงเหมาะแก่การเรียนการสอนทางด้านนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล เน้นเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เปิดการเรียนการสอนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประกอบการเรียนการสอน เช่น ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เทคนิคการแปลภาพถ่ายทางอากาศ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีในการสำรวจทางทะเลและทักษะการดำน้ำแบบ Scuba เป็นต้น ตรงกับยุคสมัยที่ต้องนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนประกอบช่วยเหลือให้การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทันต่อเหตุการณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังเน้นการปฏิบัติเพื่อเพิ่มทักษะ รวมทั้งการศึกษาภาคสนามในพื้นที่จริง จึงทำให้หลักสูตรเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นหลักสูตรหนึ่งที่นักเรียนในยุค Thailand 4.0 น่าจะให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

จากความผูกพันและความชอบทางด้านทรัพยากรทางทะเลตั้งแต่เป็นนักศึกษารุ่นแรกจนถึงปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทำให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ตั้งเป้าหมายที่สำคัญของชีวิตการทำงาน คือ การผลิตบัณฑิตหรือนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่มีคุณภาพให้กับประเทศ การบริการวิชาการให้กับชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เผยแพร่องค์ความรู้จากการวิจัยในวารสารต่างประเทศที่มีชื่อเสียง และย่อยผลลัพธ์จากการวิจัยพัฒนาต่อยอดสู่การบริการวิชาการ และนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่ ดังนั้น งานวิจัยที่สนใจในอนาคตจึงยังคงเป็นเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมคือพื้นฐานของการพัฒนาทุกมิติของประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 รวมทั้ง Sustainable development goals และ Thailand 4.0 ต่างให้ความสำคัญของการฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้มีใช้อย่างยั่งยืน

ในตอนท้าย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ยังได้ฝากถึงนักเรียนที่สนใจเรียนด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ว่า ขอให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นทางเลือกหนึ่งของการเรียนทางด้านนี้ เพราะนักศึกษาทุกคนจะมีโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและการวิจัยจากอาจารย์ที่มีคุณภาพและประสบการณ์ตรง ทำให้มั่นใจได้ว่า จะสามารถสำเร็จการศึกษาเป็นนักวิชาการทางทะเลที่มีคุณภาพของประเทศไทย

ที่มา : มหาวิยาลัยวลัยลักษณ์

สาขาวิชาเทคโนโลนีทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมนักศึกษาชั้นปีที่1 และปีที่ 2 ความรู้พื้นฐานทางทะเล

เตรียมความพร้อมนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 เรียนรู้เข้าใจพื้นฐานทางทะเลเบื้องต้น ก่อนเรียนวิชาชีพในระดับชั้นปีที่สูงขึ้น สร้างความสัมพันธ์ กลมเกลียวในหลักสูตร ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสนุกของผู้ที่ชอบเรียนสนุกๆ ไม่ชอบการเรียนในห้องเรียน ถ้าอยากสนุกแบบนี้มาเรียนกับเราที่ หลักสูตรเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ลงนามความร่วมมือพัฒนางานวิจัยกับภาคเอกชน DRY WOOD

อธิการบดี ม. วลัยลักษณ์ ลงนามความร่วมมือพัฒนางานวิจัยกับภาคเอกชน ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนามความร่วมมือพัฒนางานวิจัยกับภาคเอกชน 2 บริษัท คือ บริษัท ทิพย์เมธา จำกัด โครงการการติดตั้งระบบควบคุมการอบไม้ยางพารา (DryWooD) และบริษัท ทีเอบี อินโนเวชั่น จำกัด โครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องแยกสปอร์ของราจากเมล็ดข้าวโดยใช้คลื่นไมโครเวฟและระบบไซโคลน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ณ อาคารเครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวถึงความสำคัญของการทำวิจัยว่า เป็นการทำเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ นำไปสู่นวัตกรรมและใช้เพื่อการเรียนการสอน ซึ่งผลงานวิจัยที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมสามารถเพิ่มมูลค่า นำพาประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศพัฒนา ที่สำคัญ ในการนำมหาวิทยาลัยไปสู่มหาวิทยาลัย 4.0 นั้น ต้องเปลี่ยนงานวิจัยจากการวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) เป็นงานวิจัยเพื่อนวัตกรรม (Innovative Research) เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ ได้ดำเนินการเพื่อให้เกิดนวัตกรรมเกี่ยวกับไม้มานานนับ 10 ปี เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ประหยัดเวลา ช่วยให้สามารถอบไม้ได้มากขึ้น ทั้งยังส่งคำสั่งการดำเนินการผ่าน Application ได้อีกด้วย รวมทั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลาสมาและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่นำเทคโนโลยีไมโครเวฟมาใช้ในงานด้านการเกษตร รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน หัวหน้าศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ ได้พูดถึงความสำเร็จของศูนย์ฯ ว่า เกิดจากลักษณะเด่นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ด้านการรวมบริการ ทำให้ศูนย์ฯ นี้ เป็นที่รวมของผู้เชี่ยวชาญและชำนาญการในหลากหลายด้านจากหลายสำนักวิชากว่า 40 คน เป็นการทำงานวิจัยที่บูรณาการเพื่อให้เกิดองค์ความรู้และนวัตกรรม และเน้นการทำวิจัยเรื่องในอนาคตเกี่ยวกับไม้ที่สามารถนำไปใช้งานได้ เช่น นาโนของไม้ คาดว่า ในอีก 15 ปีข้างหน้า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะเป็นผู้นำทางด้านนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลาสมาและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ได้พูดถึงการเกษตรในอนาคตว่า ต้องใช้งานวิจัยพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งการทำวิจัยในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการ SME โดยทางศูนย์ฯ มีความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ทางฟิสิกส์ไปใช้ในงานด้านการเกษตร ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี ได้ลงนามความร่วมมือกับคุณประชา งามรัตนกุล บริษัท ทิพย์เมธา จำกัด ในการติดตั้งระบบควบคุมการอบไม้ยางพารา (DryWooD) ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ และลงนามความร่วมมือกับคุณพัชรพร ธรรมภิบาลอุดม บริษัท ทีเอบี อินโนเวชั่น จำกัด โครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องแยกสปอร์ของราจากเมล็ดข้าวโดยใช้คลื่นไมโครเวฟและระบบไซโคลน ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลาสมาและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โอกาสนี้ คุณประชา งามรัตนกุล บริษัท ทิพย์เมธา จำกัด ได้มอบทุนการศึกษาเพื่อเข้ากองทุนการศึกษาจากงานวิจัยและบริการวิชาการ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร โดยมี อาจารย์ ดร.มนเทียร เสร็จกิจ รองคณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร เป็นผู้รับมอบ

อาจารย์ ดร. อุเทน ทับทรวง อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

อาจารย์ ดร. อุเทน ทับทรวง อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ศึกษาวิจัยคาร์บอนรูพรุนจากพอลิเบนซอกซาซีนผ่านกระบวนการโซล-เจลและการไพโรไลซิส เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ เช่น การตรวจวัดแก๊ส (gas sensor) ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) และตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวด (supercapacitor) เป็นต้น

อาจารย์ ดร. อุเทน เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมเคมี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร จากนั้นได้ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกสาขาวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ (หลักสูตรนานาชาติ) จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระหว่างที่ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวัสดุที่มีรูพรุนจำพวกพอลิเมอร์/คาร์บอนและวัสดุนาโนจำพวกซีโอไลต์ โดยเน้นถึงการศึกษาวิธีการสังเคราะห์และการพิสูจน์คุณลักษณะของวัสดุที่สังเคราะห์ได้

หลังจากสำเร็จการศึกษา อาจารย์ ดร. อุเทน ได้มาเป็นอาจารย์ที่สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยยังคงให้ความสนใจงานวิจัยที่เกี่ยวกับคาร์บอนรูพรุนต่อเนื่องจากการศึกษาวิจัยในระดับปริญญาเอก

อาจารย์ ดร. อุเทน เล่าว่า คาร์บอนรูพรุนเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติโดดเด่นหลายประการ อาทิ น้ำหนักเบา พื้นที่ผิวและปริมาตรรูพรุนสูง ทนทานต่อความร้อนในสภาวะไร้ออกซิเจน ทนทานต่อสารเคมี รูพรุนเชื่อมต่อถึงกันแบบสามมิติ และสภาพการนำไฟฟ้าดี เป็นต้น จากคุณสมบัติเด่นดังกล่าว จึงมีการประยุกต์ใช้คาร์บอนรูพรุนในงานด้านต่าง ๆ เช่น การใช้งานทางด้านการตรวจวัดแก๊ส (gas sensor) ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) ตัวดูดซับ (adsorbent) ฉนวนความร้อน (thermal insulator) หรือตัวเก็บประจุยิ่งยวด (supercapacitor) เป็นต้น

ในส่วนงานวิจัยที่ อาจารย์ ดร. อุเทน ทำอยู่นั้น เป็นการพัฒนาวิธีการสังเคราะห์คาร์บอนรูพรุนจากพอลิเบนซอกซาซีน ผ่านกระบวนการโซล-เจลและการไพโรไลซิส ซึ่งพอลิเบนซอกซาซีนเป็นพอลิเมอร์ที่สามารถสังเคราะห์ได้ง่ายและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีของสารตั้งต้นได้หลากหลาย ทำให้ได้คาร์บอนที่มีโครงสร้างรูพรุนที่แตกต่าง เหมาะสำหรับงานแต่ละชนิดที่แตกต่างกันออกไปตามคุณสมบัติที่ได้ นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนสภาวะการสังเคราะห์ในระหว่างกระบวนการโซล-เจลและการปรับปรุงคาร์บอนหลังการสังเคราะห์ (post-modification) ยังทำให้ได้คาร์บอนรูพรุนที่มีคุณลักษณะต่างกันไปอีกด้วย โดยได้นำคาร์บอนดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในงานด้านการตรวจวัดแก๊ส (gas sensor) ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) และตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวด (supercapacitor)

ทั้งนี้ ตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวด (supercapacitor) เป็นงานวิจัยหนึ่งที่ อาจารย์ ดร. อุเทน ให้ความสนใจเป็นอย่างมากในการพัฒนาคาร์บอนรูพรุนจากพอลิเบนซอกซาซีนเพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นอิเล็กโทรดสำหรับตัวเก็บประจุยิ่งยวด โดยเล่าให้ฟังว่า อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เชื้อเพลิงจากฟอสซิลเริ่มมีปริมาณลดน้อยลง ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจากฟอสซิลในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้สูญเสียเงินตราออกนอกประเทศจำนวนมาก ขณะเดียวกันกระแสสังคมได้ให้ความสนใจเรื่องของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electrical Vehicle, EV) เนื่องจากเป็นพลังงานที่สะอาดและไม่ปล่อยมลพิษ ซึ่งหัวใจหลักของยานยนต์ไฟฟ้า คือ แหล่งกักเก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้า นอกจากในเรื่องของยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว ยังพบว่าในชีวิตประจำวันของเรา มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาอัจฉริยะ แท็บเลต เป็นต้น ซึ่งแต่ละอุปกรณ์ล้วนแล้วแต่จะต้องใช้แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น ตัวเก็บประจุยิ่งยวด (supercapacitor) เป็นตัวกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่มีความโดดเด่นหลายประการ เช่น สามารถประจุและคายประจุไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว อายุการใช้งานยาวนาน ไม่มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น และทนต่ออุณหภูมิสูง เป็นต้น องค์ประกอบสำคัญสำหรับตัวเก็บประจุยิ่งยวด คือ ขั้วอิเล็กโทรด ซึ่งขั้วอิเล็กโทรดที่ดีจะต้องมี 1) พื้นที่ผิวสูง 2) ขนาดรูพรุนที่เหมาะสมสำหรับอิเล็กโทรไลต์ 3) รูพรุนเชื่อมต่อถึงกัน 4) สภาพพื้นผิวที่มีขั้ว และ 5) สภาพการนำไฟฟ้าที่ดี พบว่าคาร์บอนรูพรุนจากพอลิเบนซอกซาซีนสามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานที่กล่าวทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

นอกจากพอลิเบนซอกซาซีนแล้ว อาจารย์ ดร. อุเทน ยังมีความสนใจที่จะนำขี้เลื่อย/เศษไม้ยางพารามาเป็นวัตถุดิบสำหรับการสังเคราะห์คาร์บอนรูพรุน และนำไปประยุกต์ใช้เป็นอิเล็กโทรดสำหรับตัวเก็บประจุยิ่งยวดอีกด้วย เนื่องจากยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ จึงทำให้ขี้เลื่อย/เศษไม้ยางพาราสามารถหาได้ง่ายและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษเหลือทางการเกษตร

อาจารย์ ดร. อุเทน ทับทรวง ได้รับเงินสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เกี่ยวกับการสังเคราะห์คาร์บอนรูพรุน และการประยุกต์ใช้งานคาร์บอนรูพรุนในด้านตัวตรวจวัดแก๊ส (gas sensor) และตัวเก็บประจุยิ่งยวด (supercapacitor) จำนวน 6 ฉบับ (ฐานข้อมูล ISI) เช่น Journal of Materials Science, Journal of Colloid and Interface Science, Materials Science and Engineering B, Microporous and Mesoporous Materials เป็นต้น มีผลงานเขียน Book Chapter 1 บท เรื่อง Polybenzoxazine for Hierarchical Nanoporous Materials ที่อยู่ในหนังสือ Advanced and Emerging Polybenzoxazine Science and Technology ซึ่งตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Elsevier มีผลงานวิจัยที่นำเสนอในที่ประชุมวิชาการทั้งภาคบรรยายและโปสเตอร์ เช่น ที่ประชุม The 251st ACS National Meeting & Exposition Conference 2016, San Diego, California ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประชุม The 2nd International Conference on Energy Materials and Applications ประเทศญี่ปุ่น ที่ประชุม The International Polymer Conference of Thailand 2017 (PCT-7) กรุงเทพมหานคร โดยสมาคมพอลิเมอร์แห่งประเทศไทย เป็นต้น รวมทั้งทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินบทความในวารสารตามฐานข้อมูล ISI อีกด้วย เช่น Journal of Materials Science เป็นต้น

อาจารย์ ดร. อุเทน ทับทรวง กล่าวในตอนท้ายว่า ตนเองมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณลักษณะของคาร์บอนรูพรุนให้ดีมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการประยุกต์ใช้งานในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาตัวกักเก็บพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการตัวกักเก็บพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีใช้เองภายในประเทศ ที่สำคัญองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยนี้ ยังสามารถผนวกเข้ากับการเรียนการสอน เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าใจและมองเห็นภาพการเรียนทฤษฎีในห้องเรียนกับการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมทั้งช่วยพัฒนาความรู้ของทั้งอาจารย์ผู้สอน/วิจัยและผู้เรียนให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ข่าวต้นฉบับ

ม.วลัยลักษณ์ จัดกิจกรรม ทะเลสุข คนก็สุข : ศิลปะ ขยะ ทะเลโลก เฉลิมพระเกียรติ ภายใต้โครงการวลัยลักษณ์บูรณาการ “ท่าศาลา เมืองน่าอยู่” (Thasala Model : Smart and smile city)

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2560 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่อำเภอท่าศาลา โดยมีศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับสำนักวิชาต่างๆและโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรม ทะเลสุข คนก็สุข : ศิลปะ ขยะ ทะเลโลก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรรษา ภายใต้โครงการวลัยลักษณ์บูรณาการ “ท่าศาลา เมืองน่าอยู่” (Thasala Model : Smart and smile city)เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนอำเภอท่าศาลาในด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในการนี้ ได้มี ชมรมพิทักษ์ทะเล ที่มีนักศึกษาสำนัวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ร่วมจัดกิจกรรม รวมทั้งบุคลากรและนักศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ประมวลภาพ

 

นักศึกษาวิศวกรรมเคมีฯ เรียนรู้จริงภาคสนาม ณ.เทศบาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

 

วันที่ 2 สิงหาคม 2560 นักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมเคมีและกระบวนการ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร

ได้เดินทางไปทัศนศึกษาดูงาน ณ เทศบาลทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเรียนรู้จริงภาคสนามรายวิชา CPE – 455 วิศวกรรมเคมีสิ่งแวดล้อม

ในการนี้ นักศึกษา ได้ดูงานในส่วนของ การกำจัดขยะของเทศบาลทุ่งสงพร้อมทั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ของเทศบาลฯ

หลักสูตรวิศวกรรมเคมีและกระบวนการ

นักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้า ทัศนศึกษาดูงาน ณ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นครศรีธรรมราช

 วันที่ 1 สิงหาคม 2560 นักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ได้เดินทางไปทัศนศึกษาดูงาน ณ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 จ. นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาที่กำลังศึกษาอยู่ของ นศ ชั้นปีที่ 1 เพื่อเป็นการสร้างมโนทัศน์ของวิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากำลัง และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ New Chip On board ของหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า

หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า

นักศึกษาSER ร่วมบำเพ็ญประโยชน์

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2560 นักศึกษาสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ร่วมบำเพ็ญประโยชน์ ณ.วัดทางขึ้น ตำบลท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 

นำทีมโดย สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ/วิศวกรรมพอลิเมอร์ โดย อ.ดร. อุเทน  ทับทรวง เป็นหัวหน้าโครงการ

 

 

วันไหว้ครู มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

วันที่ 13 กรกฏาคม 2560 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีการจัดกิจกรรมวันไหว้ครู โดยจัดขึ้นที่ อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ในการนี้ นักศึกษาสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากรได้เข้าร่วม กิจกรรมดังกล่าวด้วย กิจกรรมเป็นไปด้วยความซาบซึ้ง

รายละเอียด

กิจกรรม “we are SER we are family #20”

วันที่ 8 กรกฏาคม 2560 สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร จัดกิจกรรมรับน้องสร้างสรรค์ภายไต้ชื่อโครงการ “we are SER we are family #20” โดย จัดขึ้ในวันที่ 8 ,10 และ 16 กรกฎาคม 2560 ในวันที่ 8 กรกฎาคม ได้มีการร่วมกันปลูกต้นดาวเรือง รอบๆ อาคารวิชาการ4 และวันที่ 10 กรกฎาคม มีกิจกรรมสัมพันธ์ระหว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง และในวันที่ 16 กรกฎาคม จะมีกิจกรรมวิงประเพณี โดยมีการร่วมกันทั้งอาจาร นักศึกษาทุกรุ่น วิ่งโดยพร้อมเพรียงกัน ใช้เส้นทางภายในมหาวิทยาลัย

ขอแสดงความยินดีกับคณะนักวิจัยจากศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ ม.วลัยลักษณ์ ที่ได้ รับรางวัลผลงานวิจัยเด่นด้านพาณิชย์

คณะนักวิจัยจากศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร. นิรันดร มาแทน หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ และอาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ได้เข้ารับรางวัลผลงานวิจัยเด่นด้านพาณิชย์ ในหัวข้อ “การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบ และเตาอบไม้ต้นแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม”

โดยมี พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัล ในพิธีมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ หองบอลรูม 1 – 2 โรงแรม รอยัล ออรคิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด ทาวเวอรส กรุงเทพมหานคร